เคยไหม เวลาเราได้รับมอบหมายงานจากหัวหน้า บางทีเรามักมีความคิดว่า “จะทำอย่างไรดี” รู้สึกยากในการหาหนทางไปต่อ สู่ผลลัพธ์ไม่ได้ คิดนอกกรอบไม่ถูก จะเริ่มต้นอย่างไร ?
สิ่งที่ทุกคนจะได้คือความหมายที่แท้จริงของคำว่า Creative ความคิดสร้างสรรค์ และสัมพันธ์อย่างไรกับคำว่าความคิดเชื่อมโยง มาวิเคราะห์ วิธีคิด กระบวนการ ขั้นตอนที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
1. ค้นหาเส้นทางที่ง่าย นิยม คนส่วนใหญ่ทำแล้วสำเร็จ
2. ค้นหาเส้นทางด้วยความเชื่อว่า ข้อที่ 1 มันยังยาก และ ไม่ดีพอ
3. เมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรค์ คุณเลือกที่จะทำอย่างไร ?
3.1 รอสอบถามผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความรอบคอบ
3.2 ลองทำเบื้องต้นเท่าที่ทำได้และรอสอบถามผู้เชี่ยวชาญ
3.3 ลองทำไปเรื่อยๆ เจอปัญหาก็เปลี่ยนทางใหม่ เพราะตัวเองเคยมีประสบการณ์หรือค้นพบตัวอย่าง จึงคลาดว่าต้องสำเร็จ
3.4 เมื่อประสบปัญหา คิดในทางบวก วิธีดำเนินการอาจไม่เหมาะสม แต่ผลลัพธ์มันได้เหมือนกันหรือดีกว่า
3.5 เมื่อประสบปัญหา ตั้งสติ ผ่อนคลาย ปล่อยวาง (ช่างมัน, ใจเย็นๆ, ไม่เป็นไรเอาไว้ก่อน)
3.6 เมื่อได้โจทย์ ได้เป้าหมาย จงเริ่มคิด วิเคราะห์ + ตัดสินใจ + แล้วลงมือทำ
3.7 แค่ลงมือทำเดียวผลของงานจะเป็นชี้วัด + ตัวชี้วัด 5 ระดับไม่มีผลต่อจิตใจ (เพราะการกระทำคือ Skill )
1. ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จยุคนี้ ต้องมี Creative
2. เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ด้วยการออกจาก Comfort zone เดิมๆ
3. เทคนิคการรับฟังคนอื่นอย่างแท้จริง
4. ไอเดียสร้างสรรค์จากความฟุ้งซ่าน

ถ้าเราอยากเป็นคนที่คิดงานเก่ง คุณสมบัติแรกที่เราต้องมีคือการหมั่นติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพราะบางครั้งความคิดสร้างสรรค์มักจะเกิดขึ้นมาจากความรู้รอบตัว
หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา เช่น เวลาเดินไปตามฟุตพาทลองสังเกตวิถีชีวิตของคนในสังคมดู บางครั้งไอเดียดี ๆ อาจจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา
ถ้าเราคิดเนื้อหาให้สอดคล้องกับกระแสสังคมโอกาสที่หนังโฆษณาของเราจะเป็นที่สนใจก็มีเปอร์เซ็นต์สูงมากเช่นกัน
ในสมัยนี้หลายแบรนด์หันมาทำหนังโฆษณาที่มีส่วนช่วยรณรงค์หรือสร้างกระแสให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านบวกต่อสังคมมากขึ้น
เพราะผู้เสพสื่อโฆษณาค่อนข้างที่จะชอบโฆษณาที่สร้างอิทธิพลต่อความคิดของพวกเขา เช่น การเหยียดสีผิว การลดปริมาณพลาสติก หรือการต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นต้น
เหมือนเป็นการทำ CSR ผ่านสื่อโฆษณา ถ้าเรามีโจทย์มาให้คิดเนื้อเรื่อง Storyboard ลองนำแนวคิดที่มีคุณค่าต่อผู้คนมาประยุกต์ใช้กับเรื่องราวของแบรนด์
แล้วเราจะรู้ว่าการทำหนังโฆษณาหรือวิดีโอสามารถสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นได้เช่นกัน
กรณีของการทำ Storyboard ในแวดวงโฆษณาจะแบ่งการทำโฆษณาอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือการขายสินค้าหรือบริการแบบตรง ๆ ซึ่งจะเน้นการขายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แบบที่สองคือวิธีที่เราส่งเสริมให้ครีเอทีฟรุ่นใหม่ฝึกคิด คือการทำโฆษณาโดยมีการแทรกแนวคิดต่าง ๆ เข้าไปด้วย นอกจากจะขายสินค้าหรือบริการแล้วยังสามารถสร้างการจดจำให้กับผู้บริโภคผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ที่สอดแทรกเข้ามา เช่น โฆษณาไทยประกันชีวิต ที่ไม่ได้เน้นขายประกันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าประทับใจให้กับผู้บริโภค
การทำการตลาดสมัยนี้คือการเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ทฤษฎีในตำราเท่านั้น แต่ต้องใช้เครื่องมือสมัยใหม่ที่ทำให้เราเจาะกลุ่มผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น การทำโฆษณาบนยูทูบถือว่าเป็นการทำโฆษณาที่ท้าทายเหล่าบรรดาครีเอทีฟเป็นอย่างมาก เพราะยูทูบมีโฆษณาแบบ Bumper Ads ที่มีความยาวโฆษณาตั้งแต่ 6 วินาที, 15 วินาที หรือมากกว่านั้น ทำให้ครีเอทีฟต้องใส่ใจกับการคิดเนื้อเรื่องในช่วง 3-5 วินาทีแรกให้น่าดึงดูดมากที่สุดเพื่อไม่ให้คนดูกดข่ามโฆษณา แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้ชมอยากดูโฆษณษหรือวิดีโอต่อจนจบนี่คือสิ่งที่เราต้องวางแผนให้ดี ๆ ดังนั้น เนื้อเรื่องช่วงเริ่มต้นจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการเผยแพร่วิดีโอบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม
โดยสามารถเรียนรู้ทักษะพื้นฐานการออกแบบ ติดต่อขอคำแนะนำหรือเรียนรู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
ขอบพระคุณครับ https://blog.ourgreenfish.com/
Query 0 results
Creative สำคัญอย่างไรกับการทำงาน - How to Think Outside the box?
การทำงานจะง่ายขึ้นถ้ามี Creative และความคิดเชื่อมโยง , Creative แท้จริงมีอะไร , ทำไมต้องมี Creative
ติดต่อสอบถาม