โปรแกรม Adobe Premiere Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานและให้อิสระในการสร้างสรรค์งานของคุณได้เป็นอย่างดี โปรแกรมนี้เป็นเครื่องมือตัดต่อวิดีโอที่มีความยืดหยุ่นสูง, เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ และมีความความแม่นยำในการทำงานสูง ไม่ว่าคุณจะทำงานกับวิดีโอ HD, HDV , Full HD , 1080p , 4K หรือฟอร์แมตอื่นๆ Adobe Premiere Pro สามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการทำงาน และยังช่วยจุดประกายไอเดียใหม่ ให้งานของคุณได้มากขึ้น ด้วยความสมบูรณ์ทั้งในด้านเครื่องไม้เครื่องมือและคุณสมบัติต่างๆ ที่มากับโปรแกรมนี้นี่เอง จึงนับว่าเป็นสิ่งท้าทายที่รอให้คุณหยิบนำไปใช้รังสรรค์งานให้ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด
ก่อนที่จะใช้ โปรแกรม Adobe Premiere Pro จะต้องตรวจสอบความพร้อมของระบบและติดตั้งโปรแกรมให้เสร็จเรียบร้อยก่อน นอกจากนี้จะต้องมีความรู้พื้นฐานทางด้านคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่ รวมไปถึงรู้วิธีการใช้เมาส์ การเรียกใช้เมนูคำสั่งต่างๆ การเปิดไฟล์ เซฟไฟล์ และปิดไฟล์ด้วย ซึ่งสามารถหาอ่านรายละเอียดเหล่านี้ได้จากคู่มือหรือเอกสารออนไลน์ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Mac OS
การตัดต่อวิดีโอถือว่าเป็นงานที่ต้องอาศัยการประมวลผลและหน่วยความจำค่อนข้างสูงสำหรับคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ โดยคอมพิวเตอร์ที่จะใช้งานโปรแกรม Premiere Pro ต้องมี RAM อย่างน้อย 4 GB แต่หากเป็นการตัดต่อที่ต้องการความละเอียดสูง 4K หรือ 2K อาจจำเป็นต้องมี RAM มากถึง 8 GB เลยทีเดียว ยิ่งมี RAM มากเท่าใด โปรแกรม Premiere Pro ก็จะทำงานได้ เร็วขึ้นเท่านั้น โปรแกรม Premiere Pro สามารถดึงเอาข้อดีของการประมวลผลแบบมัลติโปรเซสเซอร์มาใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Mac OS ได้ และที่สำคัญยังสามารถใช้งานกับเครื่องแม็คอินทอชที่ใช้ซีพียูแบบมัลติคอร์ของอินเทลได้อีกด้วย
สำหรับการตัดต่อวิดีโอแบบ SD หรือ HDV แนะนำว่าคุณควรจะจัดหาฮาร์ดดิสก์ที่มีความเร็วรอบ 7200 รอบต่อนาทีมาใช้งาน และสำหรับการตัดต่อวิดีโอแบบ HD คุณควรจะใช้ดิสก์อาร์เรย์แบบ SSD หรือ ดิสก์แบบ SCSI เพราะฮาร์ดดิสก์แบบนี้จะมีความเร็วรอบที่สูงมากเหมาะกับการตัดต่อวิดีโอที่ต้องการความละเอียดสูง ยิ่งถ้าต้องเก็บทั้งไฟล์งานและตัว โปรแกรม Premiere Pro ไว้บนฮาร์ดดิสก์ ลูกเดียวกันแล้ว จะต้องให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์มากขึ้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทของฮาร์ดดิสก์ เนื่องจากมันจะส่งผลโดยตรงกับผลงานที่คุณจะได้รับ
หลักสูตร Adobe Training and Adobe Certfication เป็นหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะความชำนาญในการใช้งานผลิตภัณฑ์ Adobe ให้แก่ลูกค้าและครูอาจารย์ที่สอนการใช้งานโปรแกรม Adobe ในสถาบันการศึกษาต่างๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ
เนื้อหาในหลักสูตรนี้ จะเริ่มตั้งแต่พื้นฐานการใช้งานเบื้องต้น จนถึงการใช้งานขั้นสูง การใส่เทคนิคพิเศษในภาพยนตร์ การสร้างไตเติ้ล และอื่นๆ ไปจนถึงการ Render เพื่อนำไปใช้ในการทำงานจริงกับสื่อต่างๆ
- ผู้ที่ต้องการเรียนรู้ การตัดต่อวิดีโอแม้ไม่มีพื้นฐานการใช้โปรแกรม Adobe Premiere Pro ก็สามารถเรียนได้ เราสอนตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น เรามาเริ่มจาก 0 และเรียนรู้ไปพร้อมกันนะคะ
- ใช้งานคอมพิวเตอร์พื้นฐานได้
- สามารถตัดต่อวิดีโอได้เอง ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอท่องเที่ยว ทำอาหารและอื่นๆ
- สามารถสร้างคลิปวิดีโอโปรโมท ทำคลิปรีวิวสินค้าได้
- เป็น Youtuber สร้าง Content ได้
- สามารถสร้างตัวตน สร้างความน่าเชื่อถือได้
- สามารถใช้เอฟเฟกต์พิเศษกับงานวิดีโอได้แบบมืออาชีพ เรียนรู้ทุกคำสั่งที่ต้องรู้
- ลดต้นทุนในการทำโฆษณา ไม่ต้องจ้างที่อื่นตัดต่อวิดีโอ
| หลักสูตร | รอบที่เปิด | วันที่เริ่มอบรม |
| โครงการอบรม เชิงปฏิบัติการ Adobe Premiere PRO |
เปิดรับสมัครในเดือน มกราคม เพื่อเรียนรู้ Online เดือน กุมภาพันธ์ เริ่มเรียนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 นี้
|
ระยะเวลาอบรม ทั้งสิ้น 18 ชม. / 9 ครั้ง ราคาลดเหลือ 1,490 บาทค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ชั่วโมงละ 87 บาท [เฉพาะเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ เท่านั้น] |
ตารางที่แสดงเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น สามารถสอบถามรอบเรียน วันและเวลา ที่สะดวกเรียนได้ทันที เพื่อให้ผู้จัดอบรมจัดวันเรียนเพิ่มเติมให้
คอร์สอบรมนี้สอนโดย อาจารย์กฤติเดช ฉายจรุง กว่า 15 ปี ที่อาจารย์สั่งสมประสบการณ์ด้านการผลิตสื่อ Multimedia และการทำ Content สำหรับการประชาสัมพันธ์ธุรกิจออนไลน์ โดยเนื้อหาที่นำมาสอน จะทำให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์สูงสุด
089-4222350 อาจารย์กฤติเดช ฉายจรุง
088-1597444 ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการให้ข้อมูล
ลิงค์ที่เกี่ยวกับ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การออกแบบสื่อโฆษณา Adobe Premiere PRO
หัวข้อในการเรียนรู้ มีดังนี้
โปรแกรม Adobe Premiere Pro CS สามารถให้คุณสร้างภาพสโลว์โมชั่นหรือเร่งภาพให้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเอ็กซ์พอร์ตคลิปเพื่อทำในโปรแกรมอื่นๆ เหมือนการทำภาพสโลว์โมชั่นแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว ด้วยการใส่ตัวควบคุมคีย์เฟรมที่มีความแม่นยำสูง การแสดงผลทันทีแบบเรียลไทม์, การควบคุมดูแลคุณภาพของเฟรมล่วงหน้าให้เล่นเข้ากันกับเฟรมปัจจุบันได้อย่างดี ทำให้คุณสามารถเร่งหรือลดความเร็วของภาพ แม้แต่จะย้อนคลิปให้เล่นถอยหลังก่อน จะเล่นภาพแบบปกติก็ทำได้
Adobe Premiere Pro มีเครื่องมือสำหรับค้นหาไฟล์โดยเฉพาะทำให้มันสามารถค้นหาไฟล์ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แสดงผลทันทีตามที่คุณพิมพ์ สามารถ
จัดเรียงและแสดงผลลัพธ์อยู่ในพาเนล Project หลายๆ พาเนล แต่ละพาเนลสามารถเลือกได้ว่าอยากให้แสดงผลแบบกราฟิกหรือตัวอักษร
โปรแกรม Adobe Premiere Pro เวอร์ชั่นนี้พัฒนาเครื่องมือตัดต่อภาพให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้มาก คุณสามารถฟัง
เสียงได้ทันทีไม่ต้องเสียเวลาทำเรนเดอร์ก่อนอีกต่อไปแล้ว แม้ว่ากำลังทำงานกับชีเควนซ์ย่อยๆ ก็ตามคุณสามารถเปลี่ยนคลิปที่มีอยู่แล้วในไทมีไลน์ด้วยคลิปใหม่ของคุณได้ทันที โดยยังคงใช้ค่าแอตทริบิวต์, ค่าฟิลเตอร์และอื่นๆ ของคลิปเดิมไว้ทั้งหมด
คุณสามารถเอ็กซ์พอร์ตไฟล์งานด้วยแพลตฟอร์มล่าสุด โดยอาศัยการเข้ารหัสภาพ (Encode) ที่สร้างมาสำหรับอุปกรณ์พีดีเอ, มือถือ หรืออุปกรณ์พกพาโดยเฉพาะ ทำให้คุณสามารถเปิดดูคลิปวิดีโอได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเครื่องเล่น DVD หรือเครื่องคอมพิวเตอร์อีกต่อไป
คุณสามารถเอ็กซ์พอร์ตไฟล์งานออกมาเป็นไฟล์แบบ Flash ซึ่งมีนามสกุล FLV เพื่อนำไปใช้งานบนเว็บได้ทันที โดย Marker ต่างๆ ของวิดีโอบนไทม์ไลน์จะถูกแปลงเป็น Cue Point บนไฟล์ Flash สำหรับการใช้งานแบบอินเตอร์แอ็กทีฟต่างๆ
โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการสร้างสรรค์งานวิดีโอมักไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าใดนักไม่ว่าจะในอดีตหรือ
ปัจจุบัน ซึ่งขั้นตอนต่างๆ มีดังนี้
1 ถ่ายวิดีโอ
2 จากนั้นจับภาพ (ถ่ายโอน) วิดีโอลงในฮาร์ดดิสก์บนคอมพิวเตอร์ หรือว่าใช้ Adobe OnLocation เพื่อลดขั้นตอนในการจับภาพโดยจะบันทึกข้อมูลที่ได้ลงฮาร์ดดิสก์โดยตรง
3 สร้างหรือตระเตรียมวิดีโอส่วนที่มีการแก้ไขให้พร้อม ด้วยการเลือก, ตัดแต่ง และเพิ่มคลิปวิดีโอลงในไทม์ไลน์ (Timeline)
4 ใส่ทรานสิชั่นเข้าไประหว่างคลิป, เพิ่มเอฟเฟ็กต์ลงในคลิป และรวมคลิปที่เป็นเลเยอร์เข้าไว้ด้วยกัน
5 สร้างข้อความ, เครดิต หรือภาพกราฟิกขึ้นมา แล้วนำไปใสในชิ้นงาน
6 ใส่เสียง เช่น เสียงบรรยาย, ดนตรี หรือชาวด์เอฟเฟ็กต์ต่างๆ หมายเหตุ : เสียงอาจเป็นสิ่งที่คุณลือกใส่เป็นอันดับแรกเวลาตัดต่อวิดีโอก็ได้
7 นำแทร็คเสียงหลายๆ แทร็คมาผสมผสานให้ลงตัว แล้วใช้ทรานสิชั่นและชาวด์เอฟเฟ็กต์เพื่อเสริมแต่งคลิปเสียงให้น่าสนใจ
8 และปิดท้ายด้วยการเอ็กซ์พอร์ตโปรเจ็กตัวงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้วลงบนวิดีโอเทป, สร้างเป็นไฟล์เก็บไว้บนพีชี, สร้างเป็นวิดีโอแบบ Streaming เพื่อเล่นผ่านเว็บ หรือบันทึกลงบนแผ่น DVD
บทนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้
- เทคนิค 20 ข้อ ในการถ่ายวิดีโอชั้นยอด
- การจับภาพวิดีโอเทปทั้งมัวน
- การจับภาพแบบ Batch Capture และ Scene Detection
- การจับภาพวิดีโอแบบอนาล็อก
หากคุณมีกล้องวิดีโออยู่ในมือ ก็ได้เวลาที่จะเก็บเกี่ยวภาพวิดีโอสวยๆ กันแล้ว สำหรับมือใหม่ด้านการถ่ายวิดีโอ เราขอแนะนำให้ลองทำตามเทคนิคข้างล่างนี้ดู ซึ่งอาจช่วยให้คุณได้ภาพวิดีโอในแบบของมืออาชีพเลยทีเดียว แต่สำหรับผู้ที่เคยถ่ายวิดีโอมาแล้ว เทคนิคเหล่านี้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดขั้นตอนในการทำงาน และช่วยให้ชิ้นงานที่ได้ดูน่าสนใจมากขึ้น
ก่อนที่คุณจะตัดต่อวิดีโอของคุณเองได้นั้น คุณจะต้องถ่ายโอนวิดีโอของคุณลงไปยังฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์เสียก่อน หรือหากพูดด้วยภาษาในการตัดต่อแบบ NLE ก็คือ คุณจำเป็นต้องจับภาพวิดีโอ (Capture) นั่นเอง การจับภาพเป็นกระบวนการหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในโลกของการตัดต่อแบบ NLE ที่โปรแกรม Adobe Premiere Pro กระทำระหว่างการจับภาพดิจิตอลวิดีโอนั่นคือ การแปลงของวิดีโอให้เป็นไฟล์แบบ AVI โดยที่ไม่ทำให้ข้อมูลเดิมของวิดีโอเปลี่ยนแปลงไป
การจับภาพแบบ Batch Capture เป็นการกำหนดช่วงเวลาในวิดีโอที่คุณต้องการจะจับภาพแต่ละช่วงเอาไว้ก่อน (อาจจับภาพวิดีโอหลายๆ คลิปจากเทปวิดีโอมัวนเดียวกันก็ได้) จากนั้น โปรแกรม Adobe Premiere P!o จะจัดการจับภาพและโอนย้ายคลิปเหล่านั้นไปไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณให้โดยอัตโนมัติตามรายการของช่วงเวลาที่ระบุเอาไว้
ให้อาศัยขั้นตอนการกำหนดตำแหน่งที่จะจับภาพเพื่อไล่ดูวิดีโอต้นฉบับของคุณ เพราะคุณอาจต้องการมองหาหรือคัดสรรให้ได้ภาพที่น่าสนใจ, บทสัมภาษณ์ที่ดีที่สุด และเสียงบรรยากาศรอบข้างที่จะมาช่วย
เสริมแต่งให้งานคุณยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกขั้นก็ได้
วัตถุประสงค์ของการจับภาพแบบ Batch Capture มีอยู่ 3 ประการคือ เพื่อจัดการคลิปต่างๆ ให้มีระบบยิ่งขึ้น, ลดขั้นตอนของกระบวนการจับภาพวิดีโอ และประหยัดพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ (เนื่องจากดิจิตอลวิดีโอมีความยาว 1 ชม. ซึ่งจะกินพื้นที่ประมาณ 13 GB)
หากคุณต้องการโอนย้ายวิดีโอแบบอนาล็อก (ระบบของผู้ใช้ทั่วไปก็เช่น VHS. SVHS. Hi-8 หรือระบบมืออาชีพอย่าง Beta-SP) คอมพิวเตอร์ของคุณจะต้องมีการ์ดจับภาพเสียก่อน ซึ่งการ์ดส่วนมากจะมีช่องสัญญาณแบบคอมโพสิต (Composite) รวมถึง S-video ที่ให้คุณภาพของภาพในระดับผู้ใช้ทั่วไป ขณะที่บางการ์ดจะมีช่องแบบคอมโพเนนท์ (Component) ซึ่งคุณภาพของภาพที่ออกมาจะสูงกว่า
สิ่งที่คุณควรจะทำก่อนก็คือ การอ่านคู่มือหรือเอกสารประกอบที่มากับการ์ดของคุณเพื่อศึกษาวิธีการติดตั้งและความสามารถในการรองรับของการ์ดนั้นๆ การจับภาพวิดีโอแบบอนาล็อกมีอยู่ทางเลือกเดียวนั่นคือ ต้องจับภาพด้วยตัวคุณเอง (Manual)
1. ก่อนอื่นให้เปิดพาเนล Capture ขึ้นมา (โดยเลือกเมนู File > Capture)
2. จากนั้นใช้ปุ่มควบคุมบนตัวกล้องเพื่อจะกรอเทปไปหยุดก่อนหน้าเฟรมเริ่มตันที่คุณต้องการจะจับภาพโดยให้อยู่ในตำแหน่งก่อนเป้าหมายสักหลายๆ วินาที
3. ชั้นต่อไปให้กดคีย์ Play บนกล้อง แล้วคลิกปุม Record สีแดงในพาเนล Capture
4. เมื่อวิดีโอส่วนที่คุณต้องการถูกจับภาพเรียบร้อยแล้ว ให้คุณคลิกปุม Stop ในพาเนล Capture และกดปุ่ม Stop บนกล้อง เพียงเท่านี้คลิปของคุณก็จะไปปรากฎอยู่ในพาเนล Project แล้ว
Slow Motion และ Reverse Motion
การปรับความเร็วด้วย Time Remapping
การใช้ Time Remapping ทำ Speed Transition
การใช้ Time Remapping เพื่อเล่นคลิปถอยหลัง
การปรุงแต่งเสียงด้วยเอฟเฟ็กด์เสียง
การทดลองใช้ชาวด์เอฟเฟ็กต์สเตอริโอและ
เซอร์ราวด์ 5.1
การทำงานกับ Audio Mixer
การกำหนดแทร็คต่างๆ ให้เป็น Submix
การบันทึกเสียงบรรยาย (Voice-over)
การสร้างแทร็คเสียงเซอร์ราวด์ 5.1
การแก้ไขและปรับแต่งซาวด์แทร็คด้วย Adobe Soundbooth
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การออกแบบสื่อโฆษณา Adobe Premiere PRO
หลักสูตร Adobe Training And Bunrukcom Certfication เป็นหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความรู้เสริมทักษะความชำนาญ
ติดต่อสอบถาม