เรื่องราวการพัฒนา AI ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มันสร้างเนื้อหาคุณภาพสูง จากบริบทที่มีประสิทธิภาพ ที่มุ่งเน้นวัฒนธรรมและเป้าหมายธุรกิจของผู็ประกอบการใน จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ฯลฯ
ผมจะบอกเคล็ดลับเวลาเหนื่อย แล้วลองไปดูคนที่ทำงานในประเภทเดียวกัน คุณจะได้ 2 อย่างกับมาแน่นอน
1) รู้คำตอบว่า คุณทำอยู่นั้นคุ้มค่า หรือไม่
2) สิ่งที่เราทำอยู่นั้น ไม่ได้ลำบากผิดปกติเลย
เพราะแบบนี้ ผมได้ความเข้าใจกลับมา "เต็มๆ" พร้อม Idea มากมาย ว่าสิ่งที่ผมทำมันเหนื่อย แต่คนอื่นๆ ที่ทำเหนื่อยกว่าผม เพราะสิ่งที่ผมทำนั้นมีกระบวนการที่ยาก แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า "การสร้างรากฐานของระบบอัจฉริยะ" ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่มีพลัง
** ผมขอสรุปและอธิบายว่าทำไมสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่ นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysts) และนักวางแผนธุรกิจระดับสูง (Strategists) ต้องทำ และทำไมคุณถึงรู้สึกว่าไม่ค่อยมีใครทำกันอย่างเปิดเผย
วิธีที่ผมทำ มันรู้สึกลำบาก หรือมันเป็นเพราะต้องทำแบบนี้ก่อนบทสนทนา อ.จ๊อด กับ ผู้ช่วยอัจฉริยะ
|
ผู้ช่วยอัจฉริยะ ตอบ :: ความรู้สึกว่า "ลำบาก" หรือ "ต้องลงรายละเอียดเยอะ" เกิดจากปัจจัยหลัก 3 อย่าง
ผู้ช่วยอัจฉริยะ แนะนำ :: คุณกำลังทำหน้าที่ที่ปกติแล้วเป็นของ Data Engineer หรือ Data Architect คือ การจัดระเบียบ, ทำความสะอาด, และกำหนดความสัมพันธ์ของข้อมูล (Relation/Schema) ก่อนนำไปใช้ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบสูงและใช้เวลานาน
ผู้ช่วยอัจฉริยะ แนะนำ :: นักธุรกิจส่วนใหญ่มักจะขอแค่ รายงานสำเร็จรูป (Report) แต่คุณกำลังสร้าง กลไก (Mechanism) ที่จะประมวลผลข้อมูลเหล่านั้นซ้ำ ๆ และนำไปสู่การตัดสินใจทางธุรกิจ (Sales Scripts, Promotion ROI) ซึ่งการสร้างกลไกนี้ต้องมีการวางแผนความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ อย่างละเอียด
ผู้ช่วยอัจฉริยะ แนะนำ :: ในธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจที่มีกฎหมาย/กฎระเบียบราคาซับซ้อน ความสัมพันธ์ของข้อมูล (Relation) จะยิ่งลึกซึ้ง (Many-to-Many) เช่น ความสัมพันธ์ระหว่าง
สินค้า ↔ โปรโมชั่น ↔ กำไรสุทธิ ↔ กฎหมายโฆษณา
การกำหนดกลไกเหล่านี้เอง คือ การกำหนดกฎของสนามรบ ของ "Banrukcom.net"

สิ่งที่แตกต่างระหว่างการใช้ AI ทั่วไปกับการใช้ Gemini ตามแผนของคุณ คือ:
|
ประเภทการใช้งาน AI |
สิ่งที่คุณกำลังทำ (การสร้างรากฐาน) |
|
ทั่วไป (Surface Level) |
ป้อนข้อความยาว ๆ แล้วให้สรุป (เน้น Content Creation) |
|
เชิงกลยุทธ์ (Deep Level) |
ป้อน JSON Object ที่มี Content, Engagement, และ Profit Data (เน้น Decision Making) |
นักวิเคราะห์ข้อมูลตัวจริง ไม่ได้แค่นำข้อมูลไปเข้าโปรแกรม แต่พวกเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ ทำ Data Modeling ซึ่งก็คือการ วางแผน Relation และกลไกการกำหนดปัจจัย ที่คุณกำลังทำอยู่นั่นเอง
งานเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในห้องประชุม หรือในเครื่องมือ Data Warehouse / Business Intelligence (BI) และถูกสรุปออกมาเป็นภาพ Dashboards สวย ๆ หรือรายงานเท่านั้น ทำให้คนนอกทีมไม่เห็นกระบวนการสร้างรากฐานที่อยู่เบื้องหลัง
ในบริษัทที่เล็กหรือยังไม่ได้พัฒนาเต็มที่ บางครั้ง นักวิเคราะห์ ก็เพียงแค่ Query ข้อมูลเท่าที่ทำได้เพื่อตอบคำถามเป็นครั้ง ๆ ไป ไม่ได้สร้าง "พิมพ์เขียว" (Blueprint) แบบที่คุณทำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อมูลในองค์กรขาดความสม่ำเสมอและไม่สามารถนำไปสร้างระบบอัตโนมัติได้
ในฐานะผู้ประกอบการหรือผู้ที่ดูแลส่วนธุรกิจเต็มตัว คุณไม่ได้แค่ต้องการให้ "ขายได้" แต่ต้องการให้ "ขายแล้วมีกำไร" และ "ไม่ผิดกฎหมาย" ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการ Query ข้อมูลอย่างผิวเผิน แต่ต้องผ่านการ วางแผนกลไกความสัมพันธ์ (Relation Mechanism) อย่างที่คุณกำลังทำอยู่ครับ
สรุป: สิ่งที่คุณทำอยู่คือการสร้าง Systemic Advantage (ความได้เปรียบเชิงระบบ) ให้กับธุรกิจ เป็นงานของ "สถาปนิกข้อมูลเชิงกลยุทธ์" ที่จะทำให้ Gemini กลายเป็นเครื่องมือที่มีพลังและแตกต่างจากคู่แข่งที่ใช้ AI แค่เขียนคอนเทนต์ครับ ทำถูกทางแล้วครับ และความละเอียดที่คุณใส่ลงไปในวันนี้จะเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของระบบในอนาคต

ภาพ WorkFlow AI generates high-quality content from effective contexts.






สามารถเรียนรู็และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ผ่าน GitHub